Home บทความการดำน้ำทั่วไป สัตว์ทะเล สัตว์ทะเล ที่ทำให้เกิดอันตราย : พวกที่มีความคม (Scraper) Monday, 06 February 2012
สัตว์ทะเล ที่ทำให้เกิดอันตราย : พวกที่มีความคม (Scraper)
Written by ThaiScubaDive.com   
Thursday, 03 July 2008 17:31

ได้แก่ ปะการังแข็ง (Hard coral) ฟองน้ำ (sponge) หอยสองฝา (Bivalves) และเพรียงหิน (Rock barnacle) ซึ่งนักท่องเที่ยวอาจได้รับบาดเจ็บได้ถ้าไม่ระวัง เพื่อให้เข้าใจและตระหนักถึงอันตรายที่อาจได้รับจากสัตว์ทะเล ตัวอย่างสัตว์ทะเลชนิดต่าง ๆ พร้อมอธิบายถึงอันตรายที่จะได้รับ ดังนี้

(1) ปะการัง (Corals)
                       ปะการังเป็นสัตว์จำพวกซีเลนเตอเรทกลุ่มใหญ่ ส่วนใหญ่อาศัยอยู่รวมกันเป็นโคโลนีและมีส่วนน้อยที่อาศัยอยู่แบบเดี่ยว ปะการังมีฐานรองรับโพลิปเป็นหินปูน บางชนิดมีลักษณะเป็นหนามหรือแง่ยื่นที่แหลมคม และบางชนิดมีนีมาโตซีสที่มีน้ำพิษ ทำให้ระคายเคืองต่อผิวหนัง ตัวอย่างปะการังที่อาจทำให้เกิดบาดแผลจากการเดินเหยียบย่ำไปบนปะการัง หรือดำน้ำผ่าน ได้แก่ ปะการังเขากวาง (Acropora spp.) ปะการังแกแลคซี่ (Galaxea spp.) ปะการังลูกโป่ง (Plerogyra spp.) ปะการังดอกจอก (Pectinea spp.) ปะการังสมองหยาบ (Symphyllia spp.) เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า ปะการังเห็ดบางชนิดผลิตนีมาโตซีสที่มีพิษทำให้เกิดอาการบวมแดงและเป็นผื่นคันได้

(2) ฟองน้ำ (Sponge)
                       ฟองน้ำเป็นสัตว์เกาะนิ่งอยู่กับที่ มีลำตัวเป็นรูพรุน ดำรงชีวิตอยู่ได้โดยอาศัยระบบท่อน้ำให้น้ำไหลผ่านลำตัว มีโครงค้ำจุนร่างกายเป็นหนามที่เรียกว่า สปิคุล (spicule) หรือเส้นใยสปองจิน (spongin) ฟองน้ำบางชนิดมีขนาดใหญ่ อาศัยอยู่ตามแนวปะการัง อาจมีผิวขรุขระอันเนื่องจากสปิคุลยื่นออกมาบริเวณผิว หากส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายสัมผัสกับฟองน้ำ จึงทำให้เกิดรอยผื่นแดงบวม และมีอาการคันได้ การป้องกันอันตรายจากฟองน้ำ ก็คือการหลีกเลี่ยงจากการสัมผัสฟองน้ำขนาดใหญ่ตามแนวปะการัง เช่น ฟองน้ำครก เป็นต้น

(3) หอยสองฝา (Bivalves)
                       หอยสองฝา เป็นมอลลัสกลุ่มหนึ่งที่มีเปลือกหุ้มลำตัวสองชิ้น ส่วนใหญ่ดำรงชีวิตอยู่ตามพื้นทะเลโดยการฝังตัวอยู่ในดินหรือเกาะอยู่กับพื้นหินและวัสดุแข็งที่จมอยู่ในทะเล เนื่องจากหอยสองฝามีเปลือกสองชิ้น บริเวณขอบเปลือกจึงบางและคมคล้ายมีดหรือบางชนิดมีลักษณะหยักไปมา อันตรายจากเปลือกหอยสองฝาจึงเกิดขึ้นได้จากการบาดทำให้เกิดบาดแผลและเจ็บปวด เมื่อเดินเหยียบย่ำ ซึ่งอาจได้รับอันตรายจากเศษเปลือกหอยที่คล้ายเศษแก้วได้ ตัวอย่างหอยสองฝาที่อาจเป็นอันตราย ได้แก่
                       - หอยซองพลู (Pinna, Atrina) ฝังตัวอยู่ตามพื้นทะเลดินโคลนหรือโคลนปนทรายโดยโผล่ขอบเปลือกบางแหลมคมขึ้นมาที่พื้นทะเล
                       - หอยนางรม (Crassostrea) เปลือกหนายึดเกาะติดกับก้อนหินริมชายฝั่งทะเล มีขอบปากบิดเบี้ยว การจับตามโขดหินเพื่อการทรงตัวใต้น้ำ หรือเหยียบย่ำจะทำให้ได้รับอันตรายจากเปลือกหอยนางรม ทำให้เจ็บปวด และมีบาดแผลฉกรรจ์
                       - หอยมือเสือ (Tridacna) เป็นหอยสองฝาขนาดใหญ่อาศัยอยู่ตามแนวปะการัง บางตัวอาจมีขนาดยาวถึง 50 เซนติเมตร หากนักท่องเที่ยวเดินใต้ทะเลหรือนักประดาน้ำเหยียบ จับแตะเข้าไประหว่างกาบ กาบทั้งสองจะหุบและหนีบขาไว้ทำให้ได้รับบาดเจ็บ

(4) เพรียงหิน (Rock Barnacle)
                       เพรียงหินหรือสนับทึบ เป็นสัตว์จำพวกครัสเตเซียนที่มีการปรับตัวเปลี่ยนแปลงไปจากพวกกุ้งปูมาก โดยสร้างเปลือกหินปูนออกมาช่วยยึดเกาะติดแน่นอยู่กับที่ และห่อหุ้มร่างกายเอาไว้ ทำให้สามารถอาศัยอยู่บนบกได้เป็นเวลานานเพรียงหินอาศัยอยู่ตามโขดหิน เสาสะพานท่าเรือ หลักโป๊ะ หลักเลี้ยงหอยแมลงภู่ ฟาร์มหอยนางรม หรืออาจพบเกาะอยู่บนสัตว์มีเปลือก เช่น หอย แมงดาทะเล ปู เป็นต้น นับเป็นสัตว์ที่พบบ่อย และพบชุกชุม ตามริมชายฝั่งทะเลทั่วไป อันตรายที่อาจได้รับจากเพรียงหินคือการถูกบาดจากเปลือกที่แหลมคม