| จุดดำน้ำ ที่ปิด ไม่ให้ ดำน้ำ โดยเฉพาะ Scuba diving ในประเทศไทย |
| Written by ThaiScubaDive.com | |
| Thursday, 20 January 2011 13:13 | |
|
ด่วน! กรมอุทยานฯ ประกาศปิด จุดดำน้ำ ใน 7 อุทยานแห่งชาติ เพื่อฟื้นฟูปะการังฟอกขาว พร้อมใช้มาตรการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว-ส่งเสริมจุดอื่นที่ไม่ใช่การ ดำน้ำ มีที่ สิมิลัน หมู่เกาะสุรินทร์ ด้วย ตอนนี้ใครจะไป ดำน้ำ โดยเฉพาะ Scuba Diving ก็ต้อง Check ให้ดี ไม่งั้นก็ลองหาข้อมูล Diving Site อื่นๆทั้งในและนอก ประเทศไทย ไป 7 อุทยานแห่งชาติที่จะต้องงดกิจกรรม ดำน้ำ โดยเฉพาะ Scuba Diving ในประเทศไทยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 20 ม.ค. 2553 เพื่อให้ปะการังฟื้นตัว ประกอบด้วย
ก่อน ดำน้ำ เช็คดูให้ดี วันที่ 20 ม.ค. 2553 นายสุนันต์ อรุณนพรัตน์ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้แถลงข่าวถึงการแก้ไขปัญหาปะการังฟอกขาวในทะเลอันดามันและทะเลอ่าวไทย ภายหลังการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ว่า กรณีปะการังฟอกขาวเนื่องจากน้ำทะเลมีอุณหภูมิสูงขึ้นจากปรากฏการณ์โลกร้อน และสารเคมีจากที่มนุษย์ใช้ในชีวิตประจำวัน กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ( ทช.) ได้เสนอให้ปิดอุทยานแห่งชาติทางทะเลบางแห่ง ซึ่งทางกรมอุทยานฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจ เพราะทะเลฝั่งอันดามัน เราต้องการประกาศเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ ดังนั้น หากปรากฏว่า พื้นที่ใดมีปะการังฟอกขาวเกินร้อยละ 70 ทางกรม ฯ จะปิดเฉพาะจุด โดยจะสั่งการทันทีในวันที่ 21 ม.ค. นี้ ถ้าสามารถสั่งการได้ทัน ห้ามดำน้ำ ห้ามจอดเรือ และถอดทุ่นจอดเรือ โดยวางทุ่นสีขาวห้ามเข้าแทน ซึ่งจะเป็นงานของเจ้าหน้าที่อุทยานนั้นๆ หากมีผู้ฝ่าฝืน จะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด โดยยึดมาตรา 16 (18) ตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ ในอัตราโทษปรับ 1,000-10,000 บาท เป็นอัตราเดียวกับการห้ามนำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้าอุทยานแห่งชาติ และในกรณีที่ผู้ฝ่าฝืนเป็นบริษัทเอกชน ก็จะให้บริษัทนั้นติดแบล็คลิสต์ ซึ่งพื้นที่ที่ปิดนั้นจะมีนักวิชาการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าศึกษาพัฒนาการฟื้นฟู เช่น การเพาะปะการังตัวอ่อนเข้าแทนที่ การสร้างปะการังเทียมเพิ่ม นายสุนันต์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังใช้มาตรการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว หรือ ส่งเสริมให้เที่ยวในจุดอื่นที่ไม่ใช่การดำน้ำ เช่น ชายหาด ภูเขา เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในอุทยาน เพิ่มความเข้มข้นในการตรวจจับการลักลอบทำประมงในเขตอุทยานแห่งชาติ สำหรับการฟื้นฟูแนวปะการัง ต้องทำอย่างเร่งด่วน โดยตั้งคณะกรรมการร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสถาบันการศึกษาเพื่อเร่งดำเนินการ ทั้งนี้ การเกิดปะการังฟอกขาวครั้งนี้ถือว่าร้ายแรงมาก ปะการังที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด คือ ปะการังเขากวาง และถ้าประเมินความเสียหายภาพรวมปะการัง ทั้งประเทศจากปรากฏการณ์นี้ พบว่า ปะการังเสียหาย เกินร้อยละ 50 การฟื้นฟูนั้น อย่างน้อยต้องใช้เวลา 5 ปี ซึ่งอาจต้องเอาปะการังที่เพาะแล้วลงไปช่วยฟื้นฟูปะการังตามธรรมชาติด้วย เมื่อถามว่ามีผลกระทบต่อการท่องเที่ยวมากน้อยเพียงใด นายสุนันต์ กล่าวว่า เรื่องผลกระทบนั้น ตอนนี้ยังไม่มีการปิดอุทยาน จึงยังไม่มีการประเมินผลกระทบ และเราไม่ได้ปิดทั้งอุทยาน ปิดเฉพาะจุดล่อแหลม ซึ่งคงไม่ปิดยาวถึง 5 ปี เราควรเน้นควบคุมจำนวนนักท่องเที่ยวที่ดำน้ำดูปะการัง ควบคุมผู้ประกอบการไม่ให้ทำกิจกรรมที่กระทบต่อปะการังมากกว่า และ อาจต้องสำรวจเพิ่มพื้นที่แหล่งดำน้ำใหม่มารองรับด้วย อย่างไรก็ตาม ถ้าจุดไหนที่มีแนวโน้มเสี่ยงจะเกิดปะการังฟอกขาวเกินร้อยละ 50 ก็ต้องจับตาควบคุมด้วย |
|
| Last Updated ( Thursday, 20 January 2011 13:36 ) |
