Home แหล่งดำน้ำ แหล่งดำน้ำฝั่งอ่าวไทย จุดดำน้ำ ชลบุรี-พัทยา Monday, 06 February 2012
จุดดำน้ำ ชลบุรี-พัทยา
Written by ThaiScubaDive.com   
Wednesday, 02 July 2008 15:49

จุดดำน้ำที่สำคัญ

ที่ชลบุรีนี้จุดดำน้ำที่ดังๆ จะอยู่แถวๆพัทยาส่วนใหญ่ visibility ของน้ำทะเลแถบนี้ค่อนข้างขุ่น แต่อย่างไรก็ตามก็มีเกาะหลายเกาะให้ดำดูสัตว์น้ำ รวมทั้ง เรือจมที่เป็นประวัติศาสตร์ แล้วราคาค่าบริการก็จะถูกกว่าที่อื่น

1. เรือจมสุทธาทิพย์ (Wreck of the Hardeep)

เรือจมสุทธาทิพย์ (ฝรั่งเรียกว่า Hardeep) เป็นเรือกลไฟที่บริษัทเดินเรือไทย จำกัด สั่งต่อขึ้นมาเพื่อใช้ บรรทุกสินค้าของบริษัทฮ่องกงแอนด์แวมบัว จำกัด โดยนายเค ฟาร์สเดา เป็นวิศวกรควบคุมการก่อสร้างโครงสร้างทั้งลำเป็นเรือเหล็กรูปหัวเรือ ตรงท้ายเรือรูปมนจำนวนใบจักร 1 ใบ เครื่องไอน้ำ 3 สูบ ขนาด 105.5 แรงม้า ทั้งลำมีความยาว 68.11 เมตร กว้าง 10.84 เมตร สูง 5.43 เมตร ระวางบรรทุก 802.97 ตันเนต จดทะเบียนเมื่อวันที่ 12 กรกฎคมพ.ศ. 2483 เลขทะเบียนและ ธงสัญญาณชื่อเรือ 447 เมืองท่าที่ขึ้นทะเบียนไว้ที่กรุงเทพฯMore...

บริษัทเดินเรือไทย จำกัด ได้ใช้สุทธาทิพย์เป็นเรือบรรทุกสินค้า ท่องอยู่ในมหาสมุทร เป็นเวลานาน 3 - 4 ปี ก่อนที่จะถูกกองทัพเรือเรียกเข้าไปช่วยราชการในสงครามมหาเอเซีย บูรพา โดยใช้ เป็นเรือบรรทุกลำเลียงสัมภาระและยุทธปัจจัยระหว่างที่ฐานทัพ เรือถูกโจมตีจากเครื่องบินฝ่ายสัมพันธมิตรนั้น สุทธาทิพย์จอดทอดสมออยู่ใน อ่าวสัตหีบ พร้อมกับเรือรบหลวงอื่น ๆ อีก 8 ลำ

ครั้นวันที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ.2488 อ่าวสัตหีบถูกโจมตีอย่างหนัก นาวาเอก กนก ผู้บัญชาการกองเรือที่ 2 ได้พิจารณา ว่าข้าศึกคงจะโจมตีซ้ำอีกแน่ จึงสั่งให้เรือทุกลำที่จอดอยู่ในอ่าวสัตหีบนั้น กระจาย ออกไปหลบตามเกาะ หรือฝั่ง สุทธาทิพย์ถูกกำหนดให้ไปจอดด้านเหนือเกาะจวง ระหว่างเกาะโรงโขนและโรงหนัง ซึ่งตัวเกาะอยู่ห่างจากหมู่บ้านประมงของแสมสาร ประมาณ 7.5 กิโลเมตร ในวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ.2488

ต่อมาวันที่ 1 มิถุนายน เวลา 12.36 นาฬิกา ข้าศึกโจมตีด้วยฝูงบินประมาณ 10 - 15 เครื่อง เป็นผล ให้เรือ หลวงอ่างทองและเรือหลวงท่าจีน ถูกระเบิด 1 ชุด และโดยยิงกราดซ้ำ แล้ว ระเบิด ขนาด 250 กิโลกรัม อีกลูกหนึ่งก็ตกลงที่กราบขวาของเรือหลวงท่าจีน บันไดเรือ ทะลุแฉลบไปโดนห้องเครื่องใหญ่เจาะทะลุลงไประเบิดในน้ำ ทำให้นายทหาร บาด เจ็บ 3 นาย และบาดเจ็บเล็กน้อยอีก 50 นาย เรือหลวงอู่ทองถูกไฟไหม้ เรือหลวง ท่าจีนแตกตามตะเข็บ น้ำท่วมห้องเครื่องเสียหายใช้การไม่ได้ เรือสุทธาทิพย์เป็น เรือที่ไม่มีปืนใหญ่คุ้มครอง ได้ถูกระเบิดที่กราบเรือ ไฟลุกท่วม และจมลงในเวลา ต่อมา พลประจำเรือทุกคนต้องสละเรือ ว่ายน้ำขึ้นฝั่งที่เกาะจวง โชคดีที่ไม่มีผู้เสียชีวิต

ข้อแนะนำการดำ 

เรือสุทธาทิพยจมอยู่ใต้ทะเลที่ความลึกประมาณ 28 เมตร หรือ ประมาณ 80- 90 ฟุต ตัวเรืออยู่ในสภาพเอียงโดยด้านขวาของตัวเรือแนบติดกับพื้นทะเลทอดตัว อยู่ในแนวเหนือใต้ ส่วนหัวเรือจะหันไปทางทิศใต้ ทางด้านท้ายเรือจะมีสภาพค่อน ข้างสมบูรณ์ ซึ่งเครื่องยนต์ของตัวเรือได้ถูกกู้ขึ้นไปแล้วโดยจะสังเกต เห็นช่องว่าง ขนาดใหญ่เป็นรูปสี่เหลี่ยมอยู่ทางด้านซ้าย โครงสร้างต่าง ๆ ของตัวเรือได้ผุพังไป เป็นส่วนมาก แต่รูปร่างและลักษณะของตัวเรือยังคงมองเห็นได้ค่อนข้างชัดเจน ส่วนที่เหลือของปล่องไฟเอียงเป็นแนวลงกับพื้นทะเล โดยส่วนปลายอยู่ที่ระดับ ความ ลึกประมาณ 28 เมตร หรือ 90 ฟุต เสากระโดงของเรืออยู่บริเวณใกล้เคียงกันนักดำน้ำสามารถดำผ่านช่องทางท้ายเรือ ผ่านห้องเครื่องไปทางหม้อไอน้ำ ซึ่ง ถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นหินทนไฟที่ยังอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์

นอกจากนั้นนักดำน้ำ จะได้พบกับชิ้นส่วนของถังหลายใบ ซึ่งมีการสันนิษฐานว่าบรรจุสารเคมีบางอย่าง ให้พยายามหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับตะกอน หรือสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่ในบริเวณนั้น นอก จากนี้พยายามอย่าชนกับโครงสร้างต่าง ๆ ที่อยู่ภายใน ซึ่งมีการผุกร่อนเป็นอัน มาก โดยเฉพาะเสาคานภายใน และโครงพื้นของตัวเรืออันที่จริงแล้วเรือสุทธาทิพย์จะมองเห็นได้ค่อนข้างชัดเจนจากแสงรอบ ๆ ที่มีอยู่

แต่นักดำน้ำนำไฟฉายติดตัวลงไปนักดำน้ำ จะได้สำรวจบริเวณที่ค่อนข้างมืด และพบกับสีสันของสิ่งมี ชีวิตต่าง ๆ รอบ ๆ ลำเรือซากเรือสุทธาทิพย์เป็นที่อยู่อาศัยของปลาชนิดต่าง ๆ เป็น จำนวนมาก เช่น ปลาผีเสื้อ ปลาค้างคาว ปลาเก๋า ปลากระเบน ปลาสาก ปลากระพง ปู และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง Nudibranch แบบต่างๆ มากมาย ซึ่งนักดำน้ำสามารถ สนุกกับการดำได้อย่างไม่มีจำกัด พยายาม หลีกเลี่ยงการดำซากเรือในขณะที่มี กระแสน้ำค่อนข้างแรง ทุกครั้งให้ พยายามใช้เชือกทุ่นในการดำลงและเมื่อลงถึง ซากเรือแล้วให้ใช้ตัวเรือเป็นตัวช่วยบังกระแสน้ำ โดยเฉพาะอย่าดำออกห่างจาก เรือมากเกินไป เพราะกระแสน้ำจะพัดค่อนข้างแรง

2. เรือจมเพชรบุรีบรามัน (BREMEN)

ประวัติของ เรือเพชรบุรี ลำนี้ไม่ค่อยมีรายละเอียดที่แน่นอนนัก สาเหตุของการจม บางข่าวบอกว่า เนื่องจากไฟไหม้ และบางข่าวบอกว่า เนื่องจากเหตุระเบิดในห้อง เครื่องซึ่งเกิดขึ้นระหว่างกลางปี 1930 นับถึงปัจจุบัน เรือลำนี้ก็จะมีอายุประมาณ 69 ปี เข้าไปแล้วเรือลำนี้เป็นเรือบรรทุกสินค้า มีความยาว 110 เมตร ซึ่งสินค้า ส่วนมากได้รับการกู้ขึ้นไปเกือบหมดแล้ว ตัวเรือจะจมอยู่ในความลึกระหว่าง 12- 25 เมตร ในลักษณะตั้งขึ้นอยู่บนพื้นทรายตัวเรือส่วนมากได้รับความเสียหายค่อน ข้างมากจากเหตุของการจมและนอกจากนั้นยังเกิดจากการฝึกของหน่วยทหารซึ่ง ใช้ซากเรือเป็นที่ฝึกการวางระเบิดทำลายใต้น้ำ (ปัจจุบันนี้ไม่มีการฝึกลักษณะนี้ ที่ซากเรืออีกแล้ว) โครงสร้างของเรือบางส่วนได้ หลุดออกจากตัวเรือ และจมอยู่ ข้าง ๆ บริเวณใกล้ ๆ กับตัวเรือ สมอตัวใหญ่ของเรือยังอยู่ติดกับตัวเรือทางด้าน หน้า ถ้าหากโชคดีคงจะได้เห็นส่วนที่เหลืออยู่ของห้องน้ำ เช่น อ่างอาบน้ำ กระเบื้อง ปูห้องน้ำ และฐานของส้วม ยังคงมีให้เห็นโดยอยู่ทางด้านขวาของเรือประมาณกลาง ลำเรือ

ข้อแนะนำการดำ

นักดำน้ำคงต้องอาศัยคนที่รู้ตำแหน่งเป็นผู้ชี้ให้ดู เพราะจะมีซากของตัว เรือบางส่วนบังไว้ ที่ลำตัวของเรือ และดาดฟ้าจะมีปะการังหลายชนิด อาศัยเป็น บ้าน โดยเฉพาะแส้ทะเล และปะการังพุ่มบางชนิด นอกจากนี้ยังมีปลาอีกหลาย ชนิดที่อาศัยซากเรือเป็นที่อยู่อาศัย นักดำน้ำ สามารถพบได้ตลอดการดำ ปลาที่พบ มาก จะเป็นพวกปลาผีเสื้อชนิดต่างๆ ปลาหูช้าง ปลาไหลมอร์เรย์ ฝูงปลาสาก ปลา กระเบนตัวใหญ่ และฝูงปลาเล็กๆ อีกมากมาย

3. เกาะล้าน เกาะครก เกาะริ้น เกาะสาก

ความสวยงามบริเวณเกาะเหล่านี้ ยิ่งเฉพาะที่ เกาะล้าน อยู่ที่สัตว์ นานาชนิด ที่แม้เป็นเซียนดำน้ำก็อาจไม่เคยพบเลยก็ได้ เช่น ดอกไม้ทะเล หนวดยาว ปลาการ์ตูนอานม้า กุ้งดอกไม้ทะเล หอยสังข์จุกพราหมณ์ หอยกระต่าย ปลาลิ้นหมา ปลากระเบน และปลาผีเสื้อกลางคืน ที่เรียกว่าเป็นสุดยอดของที่นี่ เลยก็ว่าได้ จุดดำน้ำที่สวยที่สุดในทะเลพัทยา คือ ที่เกาะริ้นที่ความลึกไม่มากนัก จะพบปะการังอ่อนสีสวยหลากสีสัน หน้าตาไม่เหมือนฝั่งอันดามันเพราะมันจะเรือง แสงดูสวยแปลกตา  

การเดินทาง

- รถยนต์ส่วนตัวให้ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 3 (บางนา-ตราด) ถึงบ้านนาเกลือ กิโลเมตรที่ 150 มีแยกขวาเข้าพัทยา
- รถโดยสารประจำทาง ติดต่อสอบถามรายละเอียดเวลาเดินรถและค่าโดยสารได้ที่

สถานีขนส่งเอกมัย
โทร 0-2391-2504 (รถธรรมดา)
โทร 0-2391-9829, 0-2391-8097, 0-239-12504 (รถปรับอากาศ)

หรือที่สถานีขนส่งหมอชิดใหม่ถนนกำแพงเพชร2
โทร 0-2936-2852-66

- ใช้บริการของการรถไฟ แห่งประเทศเปิดบริการทุกวัน วันละ 1 เที่ยว

รายละเอียดติดต่อสอบถาม โทร 0-2223-7010, 0-2223-7020