Home เรียนดำน้ำ ข้อมูลเรียนดำน้ำทั่วไป ดำน้ำ Scuba Diving และ Snorkeling ดำอย่างไรให้ปลอดภัย Monday, 06 February 2012
ดำน้ำ Scuba Diving และ Snorkeling ดำอย่างไรให้ปลอดภัย
Written by อ.ดร. สุชนา ชวนิชย์   
Tuesday, 19 May 2009 00:00

การดำน้ำ ได้เริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้นในเมืองไทย ไม่ว่าจะเป็น Scuba Diving หรือการดำน้ำโดยใช้ถังอากาศ และ Snorkeling หรือ Skin Diving หรือการดำน้ำที่ผิวน้ำ อย่างไรก็ตามแม้ว่ากีฬาดำน้ำเป็นกิจกรรมที่ทำให้เราเพลิดเพลินไปกับความสวยงามของธรรมชาติและค่อนข้าง Safe แต่ในบางครั้งก็ต้องอาศัยความระมัดระวังและการเตรียมร่างกายให้พร้อมของนักดำน้ำ บ่อยครั้งที่เรามักพบข่าวเรื่องการเกิดอุบัติเหตุขณะดำน้ำ ซึ่งแม้ว่าจะเป็นส่วนน้อยมากถ้าเทียบกับการทำกิจกรรมชนิดอื่นๆ แต่ถ้าหากเราเรียนรู้และเข้าใจถึหลักการดำน้ำที่ปลอดภัยแล้ว เราก็จะสามารถดำน้ำได้อย่างสนุกและลดอัตราการเกิดสิ่งที่ไม่คาดคิดได้

ดำน้ำ ข้อควรระวังในการดำน้ำ Scuba Diving และ Snorkeling

การเตรียมตัวก่อนการเรียนดำน้ำ

ก่อนที่จะเรียนดำน้ำได้  สิ่งที่ผู้เรียนต้องผ่านการทดสอบคือ การว่ายน้ำให้ได้ 200 เมตร  และการลอยตัวบนผิวน้ำ 10 นาที นอกจากนี้ก่อนการเรียนดำน้ำผู้เรียนต้องกรอกเอกสารและเช็คว่าเป็นโรคอะไรบ้าง  ซึ่งจะมีกระดาษสอบถามเกี่ยวกับโรคต่างๆ  ส่วนใหญ่แล้วโรคที่เป็นอันตรายและเกี่ยวข้องกับการดำน้ำได้แก่

  • โรคหัวใจ  คนที่ได้รับการผ่าตัดหัวใจมาจะไม่แนะนำให้เรียนดำน้ำ
  • โรคที่เกี่ยวกับหู  เช่นการเป็น Sinus การดำน้ำเกี่ยวข้องกับความดัน  ซึ่งเมื่อลงไปในน้ำที่ลึกและมีความดันสูง  คนที่เป็น Sinus จะไม่สามารถ clear หูได้  ทำให้เป็นอันตรายได้
  • นอกจากนี้แล้ว คนที่เป็นโรคหอบหืดไม่แนะนำให้ดำน้ำแต่อย่างไรก็ตามยังขึ้นอยู่กับดุลพินิจของหมอว่าเห็นสมควรหรือไม่

ส่วนมากแล้วจะไม่แนะนำคนที่เป็นโรคเกี่ยวกับการหายใจและการหมุนเวียนเลือดดำน้ำ

นอกจากนี้การเตรียมตัวก่อนดำน้ำยังมี

  • ทำร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอโดยหมั่นออกกำลังกาย 
  • กินอาหารครบ 5 หมู่       
  • ทำจิตใจให้ปกติไม่เครียด
  • สำหรับเด็ก ตามกฎของ PADI ซึ่งเป็นสถาบันหนึ่งที่สอนดำน้ำ ได้กำหนดว่า เด็กสามารถเริ่มเรียนดำน้ำได้เมื่ออายุ 10 ปี และดำน้ำไม่ลึกเกิน 21 เมตรนั้น  จากการค้นคว้าทางการแพทย์บอกว่าอาจจะมีผลต่อการเติบโตของกระดูกของเด็กถ้าหากลงดำน้ำลึกมากไปกว่านั้นเนื่อจากความกดดันของน้ำ  ส่วนผู้ใหญ่ที่มากกว่า 15 ปี สามารถลงได้ลึกถึง 30 เมตร
  • การดำน้ำเป็นการออกกำลังกายอย่างหนึ่ง  แต่อย่างไรก็ตามยังต้องอาศัยกำลังในการแบกเครื่องดำน้ำที่หนักประมาณ 20-30 กิโลกรัมหรือมากกว่า  ดังนั้นจึงเป็นซึ่งจำเป็นที่ผู้ที่จะเรียนดำน้ำหรือผู้ที่ดำน้ำเป็นประจำต้องออกกำลังการสม่ำเสมอ เช่น การวิ่ง  การว่ายน้ำ
  • การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และการรับประทานอาการที่ถูกสุขลักษณะก็เป็นสิ่งที่จำเป็น

สิ่งที่ไม่แนะนำอย่างมากคือการสูบบุหรี่ และการดื่มแอลกอฮอล์ในระหว่างช่วงเวลาที่เรียนหรือระหว่างการดำน้ำเป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง  เนื่องจากแอลกอฮอล์จะทำให้โลหิตในเลือดหนุนเวียนเร็วขึ้นและทำให้เกิดโรคที่เกี่ยวกับการดำน้ำเช่น  Decompression sickness ได้ง่ายยิ่งขึ้น

เมื่อเป็นนักดำน้ำแล้วควร

  • หมั่นออกกำลังกายสม่ำเสมอ
  • ไม่สูบบุหรี่
  • ไม่ควรให้มีน้ำหนักของร่างกายมากเกินไป
  • ถ้ามีโอกาสควรหาเวลาไปดำน้ำ เพื่อไม่ให้ลืม 
  • หาโอกาสเรียนเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มพูนความรู้
  • ปฏิบัติตามกฎของการดำน้ำ
  • ให้แพทย์ตรวจร่างกายทุกทุก 2 ปี
  • ควรที่จะลงเรียนวิชาเกี่ยวกับการปฐมพยาบาล  ซึ่งหลักสูตรดำน้ำของแต่ละสถาบันก็จะมีสอน
  • ถ้าไปดำน้ำในที่ที่ไม่เคยไปมาก่อนควรที่จะมีการสอบถาม  หรือค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่นั้นๆก่อนลงดำน้ำ
  • ควรที่จะมีการตรวจสภาพของเครื่องมือดำน้ำอยู่เสมอ
  • โรคที่เกี่ยวข้องกับการดำน้ำ

Decompression Sickness หรือ bend

ดำน้ำ เรียนดำน้ำ ข้อควรระวังในการดำน้ำเกิดจากการที่ Nitrogen สะสมอยู่ในร่างกายมากเกินไป และส่วนที่ไม่สามารถออกจากร่างกายได้ ถูกทำให้ออกจากร่างการเร็วเกินไป ทำให้เกิดการฟอร์มเป็นฟองอากาศ Nitrogen ในเลือดเกิดขึ้นที่ส่วนต่างๆของร่างกาย อาการของโรคนี้เช่น ชาตรงบริเวณที่เกิดฟองอากาศ มึนหัว หายใจลำบาก เกิดอาการชักกระตุกบริเวณที่มีฟองอากาศ  ถ้าขั้นรุนแรงอาจทำให้เสียชีวิตได้การเป็น bend นี้อาจเกิดจากส่วนอื่นประกอบด้วยเช่น การออกกำลังที่มากเกินไปก่อนมาลงดำน้ำ การสูญเสียน้ำที่มาก การเป็นหวัด อายุที่มาก การดื่มสุราก่อนดำน้ำ และการที่มีน้ำหนักตัวมาก ซึ่งสิ่งเหล่านี่จะทำให้เกิดอาการ Decompression sickness ได้ง่ายขึ้น 

เมื่อเป็นแล้วควรจะหยุดดำน้ำทันทีและนำส่งโรงพยาบาลทันที ซึ่งในระหว่างการนำส่งโรงพยาบาลจะมีการปฐมพยาบาลเบื้องต้น โดยให้ผู้ป่วยนอนและสูดหายใจจากเครื่องออกซิเจน หลังจากนั้นเมื่อนำส่งโรงพยาบาลจะมีการรักษาผู้ป่วยโดยให้ผู้ป่วยเข้าไปในเครื่องปรับความดันที่เรียกว่า Pressure Chamber

Nitrogen Narcosis

เกิดจากการที่มี Nitrogen สะสมอยู่ในเลือดมากเกินไปเนื่องจากเมื่อลงน้ำไประดับที่ลึกลง  จะมี Nitrogen สูงขึ้น  แต่ระดับความลึกเท่าไรนั้นที่จะเกิดอาการยังตอบไม่ได้ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล  อาจเปรียบกับการดื่มสุรา บางคนดื่มสามแก้วแล้วเมา  แต่บางคนดื่มมากกว่าหกแก้วถึงจะเมา  อาการของโรคนี้คือจะมีอาการมึน  เคลิบเลิ้ม   สะลึมสะลือ  ทำอะไรเชื่อช้าลง  และจะไม่รู้สึกตัวว่ากำลังทำอะไร  ถ้ามีอาการนี้จะสามารถแก้ได้โดยการค่อยๆไต่ระดับไปในที่ตื้น  ซึ่งจะทำให้อาการดังกว่าหายไป

ผู้หญิงกับการดำน้ำ

ถ้ามีประจำเดือนจะดำน้ำได้หรือไม่

ถ้ามีประจำเดือนในวันนั้นๆ  สามารถที่จะดำน้ำได้ เพราะเมื่อลงน้ำแล้วและร่างกายกระทบกับความเย็น  ทำให้เลือดหยุดในขณะนั้น  แต่อย่างไรก็ตามขึ้นกับนักดำน้ำผู้นั้นว่าจะรู้สึก OK หรือไม่ถ้าจะลงน้ำ

นอกจากนี้แล้วยังมีเรื่องที่เล่ากันเสมอว่าถ้าผู้หญิงมีประจำเดือน  แล้วลงดำน้ำ จะทำให้ฉลามเข้ามาทำร้ายได้  ซึ่งจริงๆแล้วเลือดที่ไหลออกมาน้อยมาก  ซึ่งไม่อาจจะทำให้ฉลามได้กลิ่นเลือดได้  แต่อย่างไรก็ตามถ้าต้องไปดำน้ำในที่ๆมีฉลามอยู่ใกล้ๆมาก  อย่างบางที่จะเปิดโอกาสให้นักดำน้ำลงไปดำน้ำเล่นกับฉลาม  ซึ่งถ้าในขณะนั้นมีประจำเดือนมา  การดำน้ำกับฉลามจึงควรหลีกเลี่ยง

การดำน้ำในขณะท้องดีหรือไม่

ในปัจจุบันยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าการลงดำน้ำซึ่งต้องเกี่ยวข้องกับความดันของน้ำจะมีผลต่อการพัฒนาของลูกในท้องหรือไม่  แต่อย่างไรก็ตามไม่แนะนำให้ดำน้ำในขณะท้องเนื่องจากว่าผลกระทบของการดำน้ำต่อเด็กในท้องยังไม่ทราบแน่ชัด  

ข้อควรระวังเกี่ยวกับการดำน้ำ

อาการที่ร่างกายร้อนหรือเย็นเกินไปก่อนการลงดำน้ำ

Hyperthermia

การที่ร่างกายไม่ส่ามารถขับความร้อนออกจากร่างกายได้ทัน   เนื่องจากการสวมชุดที่หนาเกินไปและมีการตากแดดที่มากเกินไป

Hypothermia

การที่ร่างกายสูญเสียความร้อนมากเกินไป   เนื่องจากการที่สวมชุดดำน้ำที่บางเกินไปและลงน้ำที่อุณหภูมิต่ำมากๆ

สิ่งมีชีวิตในทะเล

มีสัตว์ทะเลหลายชนิดที่มีพิษ เช่นปะการังไฟ  แมงกระพุรุน  ปลาปักเป้า  ปลากบ  งูทะเล  การดำน้ำที่ดีจึงไม่ควรจับสัตว์พวกนี้  ควรที่จะดำอยู่ห่างๆ  ปกติสัตว์ทะเลพวกนี้จะไม่ทำร้ายคน  แต่เมื่อมันตกใจ  มันอาจจะทำร้ายคนได้

Last Updated ( Thursday, 21 May 2009 08:17 )