Home เรียนดำน้ำ ข้อมูลการเรียนดำน้ำ ทั่วไป เรียนดำน้ำ เรียนอย่างไร เลือกที่สอนดำน้ำโดย PADI หรือ NAUI ดี? Thursday, 09 September 2010
เรียนดำน้ำ เรียนอย่างไร เลือกที่สอนดำน้ำโดย PADI หรือ NAUI ดี?
Written by ThaiScubaDive.com   

อยาก เรียนดำน้ำ แต่ไม่รู้จะเตรียมตัวยังไง จะติดต่อใครที่ไหน หลังจากที่มีคน Email มาถามมากมาย ก็เลยคิดว่าควรมีบทความเฉพาะกิจขึ้นมาสำหรับผู้ที่สนใจอยากเรียนดำน้ำ แล้วไม่รู้จะเริ่มอย่างไร PADI คืออะไร แ้ล้วต่างกับ NAUI อย่างไร หากมีข้อมูลเพิ่มเติม ทาง ThaiScubaDive.com จะนำมา Update ต่อไปครับ

Episode One เกริ่นนำก่อนเริ่ม เรียนดำน้ำ

เรียนดำน้ำสมัยนี้ไม่ยาก ในเมืองไทย มีที่เปิด สอนดำน้ำ อยู่หลายแห่ง นอกจากในกรุงเทพแล้ว ในเมืองท่องเที่ยวชายฝั่งทะเล อย่างพัทยา ภูเก็ต เกาะ พีพี หาดทุ่งวัวแล่น จังหวัดชุมพร เกาะเต่า เกาะสมุย เกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ล้วนแล้วแต่มีร้านเปิดสอนทั้งนั้น ผู้ที่สนใจสามารถเดินเข้าไป สมัครเรียนดำน้ำได้ทันที แล้วแต่ที่ๆเราสะดวก แต่ละที่มีมาตรฐานการเรียนการสอน ใกล้เคียงกัน และราคาค่าสอนดำน้ำก็พอ ๆ กัน คือ ประมาณ 7,000-8,000 บาท อาจได้ถูกกว่านี้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละ Instructor หรือจำนวนนักเรียนที่เรียนช่วงนั้น (ไม่อยากชี้นำเรื่องราคาเพราะกลไกมันขึ้นอยู่กับทุกๆฝ่าย)

ในเมืองไทย ปัจจุบันร้านดำน้ำต่าง ๆ จะออกบัตรรับรองจากสถาบันดำน้ำสากล 2 สถาบันหลักของโลก คือ PADI (Professional Association of diving Instructors) หรือ NAUI (National Association of Underwater Instructors) เพื่อใช้แสดงเวลาต้องการเช่าหรือใช้อุปกรณ์ดำน้ำได้ทั่วโลก เมื่อเราจบหลักสูตรการดำน้ำเบื่องต้นหรือ Open Water (เป็นหลักสูตรแรกที่ผู้เรียนดำน้ำจะต้องเรียน) และได้รับการ Certify จากครูผู้สอน

สำหรับคุณสมบัติของนักดำน้ำนั้น ไม่จำเป็นต้องมีอะไรพิเศษ ไม่ต้องใช้ความกล้า ไม่ได้จะไปรบกะอะไร เพียงคุณอายุ 15 ปีขึ้นไป เรียนหนังสือได้ พอว่ายน้ำเป็นบ้าง และขภาพดีเอื้ออำนวย เท่านั้นการเรียนดำน้ำของคุณก็จะมีแต่ความสนุก

เรียนดำน้ำ ตามหลักสูตรของ NAUI และ PADI

เรียนดำน้ำ ตามหลักสูตรของ NAUI และ PADI

แบ่งเป็นทฤษฎีและปฎิบัติ

ภาคทฤษฎี สิ่งที่จะสอนก็ได้แก่

รู้จักเครื่อง มือและอุปกรณ์ที่จำเป็นในการดำน้ำ การใช้งาน และ Brief Review เรื่องราวทั่วๆไป Technique การดำน้ำต่างๆ รวมถึงวิธีปัฎิบัติตนเมื่อ อยู่ในน้ำหรือบนน้ำ เช่นการส่งภาษามือ การทำ Buddy Breath เป็นต้น รวมถึงเรียนเกี่ยวกับฟิสิกส์และสรีรวิทยา และการปรับตัวเข้ากับ สภาพความกดดันใต้ผืนน้ำ เนื่องจากใต้ผืนน้ำนั้น ความกดดันจะเพิ่มสูงขึ้น ตามระดับความลึก จึงต้องมีหลักปฏิบัติ ในการปรับตัวเข้ากับความกดดันในระดับต่าง ๆ ระยะเวลาในการดำน้ำ กระแสน้ำ เพราะทะเลที่เรา เห็นนอกจากจะมีคลื่นแล้ว ใต้ผืนน้ำยังมีกระแสน้ำที่ไหลขึ้นลง

จากนั้นจะเรียนเรื่องการเจ็บป่วยอันอาจจะเกิดขึ้นเนื่องจากการดำน้ำ เช่น ความเจ็บป่วยอันเกิด จากการเปลี่ยนแปลงของความกดดัน เนื่องเพราะความกดดันของน้ำทะเลนั้นในทุก ๆ ระดับความลึก 33 ฟุต จะมี ความกดดันเพิ่มขึ้นอีก 1 เท่า อากาศก็จะถูกกดให้ลดขาดลงไปด้วย การเปลี่ยนระดับความลึก จึงอาจเกิดการขยายตัว ของอากาศที่อยู่ในถุงลมปอดทำให้ถุงลมปอดฉีกขาดได้ เรียกอาการนี้ว่า "ปอดแตก" หรือความกดดันอาจมีผลต่อ แก้วหู ต่อการไหลเวียนของกระแสเลือด หรืออาจมีฟองอากาศตกค้างในเส้นเลือด ซึ่งจะทำให้เกิดอันตรายขึ้นได้ แต่ ไม่ต้องกลัวโรคหรืออาการเจ็บป่วยเหล่านี้ ร่างกายคนเรามีความสามารถที่จะป้องกันแก้ไข หากได้เรียนรู้และปฏิบัติ ตามกฎความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด อาการเหล่านี้ก็จะไม่อาจเกิดขึ้น

ดำน้ำ ที่อันดามันใต้เมื่อเรียนรู้ทฤษฎีพื้นฐานเบื้องต้นแล้ว ก็จะก้าวเข้าสู่การวางแผนการดำน้ำ โดยอาจจะมีการคำนวณตามตารางการดำน้ำ อาจจะมีโจทย์มาให้ทำว่า หากดำในเวลาเท่านี้ๆ แล้วต้องพักน้ำเท่าไหร่ ตรงนี้ จะไม่ค่อย Serious เท่าไหร่เพราะ จากประสบการณ์ ไม่เห็นมีใครเรียนจบมาแล้วจำวิธีคำนวณได้เลย ยกเว้นพวกที่ดำอาชีพหรือ Instructor ส่วนใหญ่เวลาไปดำเค้าลงก็ลง เค้าขึ้นก็ขึ้น รู้แค่นี้แหละ 555

นอกจากนี้ ครูผู้าสอน อาจทีการ Brief เรื่องสัตว์น้ำ ทั้งที่เป็นอันตรายใต้ผืนน้ำ และที่ไม่เป็นอันตราย (เมื่อได้เรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์ทะเลแล้ว ในบางครั้งเราอาจจะไม่เชื่อว่าสัตว์ตัวโตๆ จะมีอันตราย น้อยกว่าชนิดที่มีขนาดเท่าฝ่ามือเราเอง)

ภาคปฏิบัติ (ส่วนใหญ่จะเรียนที่สระน้ำ) สิ่งที่เราจะเจอก็ได้แก่

  1. อาจต้องทดสอบการว่ายน้ำ ประมาณ 200-500 เมตร ไม่จำกัดเวลา อาจพักได้บ้าง จะไม่เคร่งครัดอะไร ขอแค่ดูว่าว่ายได้ก็พอ เพราะการดำน้ำ เราดำอยู่ใต้น้ำ ไม่ได้มาแข่งโอลิมปิคหรืออะไร ตรงนี้จริงๆแล้วการว่ายน้ำเป็นและแข็งจพช่วยได้ในกรณีที่เวลาขึ้นมาจากน้ำ แล้วอยู่ไกลเรือแล้วเรือกวน Teen ไม่ยอมมารับเรา หรือเข้าไกล้บริเวณที่เราลอยตัวอยู่ไม่ได้เพราะติดหิน ซึ่งเราก็ต้องว่ายไปหาเรือ แต่ไม่ต้องกลัวจมเพราะมันจะใส่เวื้อ BCS ไว้ตลอดเวลาอยู่แล้ว ที่เหลือก็ความถึกในการว่ายของเรานั่นแหละ

  2. จากนั้นครูผู้สอนจะทำการทดสอบการลอยตัวโดยไม่ ใช้อุปกรณ์ช่วยประมาณ 3-5 นาที ซึ่งก็จะไม่เคร่งครัดเหมือนกัน แต่ถ้าใครไม่ไหวจริงๆ ก็อาจจะถูกน้ำไปฝึกเป็นกรณีพิเศษ

  3. ฝึกประกอบอุปกรณ์ที่จะใช้ดำน้ำ ประกอบสายเร็คกูเรเตอร์ เข้ากับถัง และชูชีพหรือบีซี หรือแบบที่มีลักษณะเป็นเสื้อแจ็คเก็ต เราจะต้องสามารถประกอบทั้งบนบกและใต้น้ำได้ (เพื่อใช้ในเวลาฉุกเฉิน)

  4. ฝึกการใช้ Fin ในรูปแบบท่าต่าง ๆ ซึ่งหากไม่ถูกต้องก็จะทำให้การเคลื่อนไหวใต้น้ำไม่คล่อง แคล่วว่องไวและไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร หรืออาจกินแรงทำให้เหนื่อย

  5. ฝึกการเคลียร์หน้ากาก เวลาเรามีฝ้า จะมีทั้งการไล้น้ำที่อยู่ในหน้ากาก หรือ การถอดหน้ากากออกไปแล้วใส่เข้ามาใหม่

  6. ฝึกเทคนิคการกระโดดลงน้ำ ซึ่งจะมีหลายแบบ เช่น เท้าชิดกับการแยกเท้า การม้วนหน้า หรือการทิ้งตัวหงายไปข้างหลัง (เวลานั่งเรือเล็กแล้วไม่มีพื้นที่ยืน) ซึ่งแต่ละท่าจะใช้ในสถานการณ์ที่แตกต่างกัน

  7. ฝึกการดำน้ำในระบบจับคู่ (Buddy) การแชร์อากาศกันกับคู่ Buddy หรือ คนอื่นๆ ใต้น้ำเมื่อยามฉุกเฉินเช่นอากาศหมด

  8. ฝึกการช่วยเหลือเบื้องต้นเพื่อพาเพื่อนดำน้ำกลับสู่เรือรวมถึงการปฐมพยาบาลเบื้องต้น

  9. การใช้ภาษามือ จะมีท่าบอกต่างๆเป็นมาตรฐาน เช่น โอเคทำอย่างไร ไม่โอเคทำอย่างไร อากาศหมดต้องทำมือยังไง เหล่านี้เป็นต้น

เรียนดำน้ำ เสร็จแล้วมีสอบหรือเปล่า

Open Water ตอนไปสอบ Certify หลังจากจบ Course เรียนดำน้ำ 

เมื่อเราเรียนดำน้ำเสร็จ เราจะต้องมีการสอบดำน้ำ ซึ่งแปลว่าเราจะต้องลงไปดำจริงๆ ที่ทะเลแล้ว ตอนสอบ ครูฝึกสอนก็จะให้เรา review ท่าหรือ อะไรที่เขาสอนกันไปนั่นแหละ อาจจะต่างกันตรงที่ ตอนเราเรียน เราอาจเรียนที่สระน้ำแต่ตอนสอบก็ออกทะเล ส่วนใหญ่สถานที่ยอดฮิตของการสอบดำน้ำก็คือพัทยานี่เองเพราะว่าไกล้กรุงเทพที่สุดแล้ว การสอบส่วนใหญ่ใช้เวลาสองวัน 4 Dive คือ ลงไปดำ สองรอบต่อวันเป็นเวลา สองวันนั่นเอง

การ Certify เป็นนักดำน้ำ  

เมื่อเราผ่านการทดสอบ ครูผู้สอนก็จะออกใบ Cerify และ Card สำหรับนักดำน้ำเบื้องต้น (Open Water License) โดย License นี้อาจจะมาจาก Naui หรือ PADI ก็ได้ขึ้นอยู่กับว่าครูผู้สอนสังกัดองค์กรไหน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ไม่ต่างกัน

ในอนาคตถ้าอยากหาความรู้เพิ่มเติม หรือ ก้าวไปสู่การเป็นนักดำน้ำมืออาชีพ

สำหรับผู้ที่สนใจอยากเรียนต่อไปในขั้นสูงขึ้นเช่น Advance, Rescue, Dive Master หรือ Instructor ก็สามารถปรึกษากับครูผู้สอนได้ สำหรับผู้ที่คิดจะดำเพื่อความบันเทิงธรรมดาในเมืองไทย ก็อาจจบแค่ Open Water ก็ได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นในหลายๆที่ในเมืองนอกมักจะอณุญาติให้นักดำน้ำ ระดับ Advance ขึ้นไปเท่านั้นลงดำน้ำ เนื่องด้วยความยาก-ง่ายของ Dive SIte (จุดที่เราจะลงดำ) ตรงนี้ต้องศึกษาสถานที่ที่เราจะไปดำดีๆก่อนว่าเงื่อนไขเป็นอย่างไร คำแนะนำคือถ้าหากเราคิดจะไปดำต่างประเทศแล้วการเป็นนักดำน้ำระดับ Advanceถือเป็นเรื่องที่ค่อนข้างจำเป็นเพราะอย่างน้อยก็ Guarantee ได้ว่าเราจะสามารถดำได้เกือบทุกที่

Course Scuba Diving ที่เป็น Advance ขึ้นไป

นอกจาก Course ดำน้ำที่เป็นแบบ Open Water หรือ Advance แล้วหากผู้ที่สนใจอยากพัฒนา Skills เพื่อที่จะก้าวเข้าไปสู่การดำน้ำแบบมืออาชีพหรือเพื่อทำเป็นอาชีพ ก็สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ แต่แนะนำว่าหากไม่ต้องการดำน้ำแบบจริงๆจังและต้องการ ช่วยนำทางในบางครั้ง Scuba lessons หลักสูตร Dive Master ก็น่าจะเพียงพอ ลองหาดูข้อมูลเพิ่มเติมหากสนใจ